มารู้จักนิสัยของหนุ่มเกาหลี ที่สาวๆ พากันหลงรัก

เคยพูดถึงวิธีหาแฟนเกาหลีกันมาแล้ว คราวนี้ขอมาเน้นเรื่องนิสัยของหนุ่มเกาหลีบ้างดีกว่า เพราะเดี๋ยวนี้บอกได้เลยว่าสาวไทยของเรา เวลาจะพูดถึงสเปกผู้ชาย ถ้าบอกว่าชอบหนุ่มตี๋ เราก็จะคิดถึงหนุ่มตี๋เกาหลี กันก่อนเป็นอันดับแรก ก็เดี๋ยวนี้ซีรี่ย์เกาหลี รายการเกาหลี และเพลงเกาหลี ที่มีแต่หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่หน้าตาหล่อกระชากใจ ทั้งแบบหนุ่มเกาหลีสไตล์ผู้ใหญ่แสนอบอุ่น แบดบอยหุ่นดีเป็นนายแบบ รวมไปถึงหนุ่มแสนดี ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก เหมือนกับในละครหลายเรื่องที่เราชอบดูกัน ทำให้สาวไทย เทใจให้หนุ่มหล่อสไตล์เกาหลีกันใหญ่ แล้วก็มีหลายคนที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะได้ครอบครองหัวใจหนุ่มเกาหลี หรือเอากันตรงๆ ก็คือการหาแฟนเกาหลีให้ได้ซักคน แต่ใครจะรู้ ว่าหนุ่มเกาหลีตัวจริง อาจไม่เหมือนในนิยาย คนที่ฝันว่าเขาจะรัก และอ่อนโยนกับเราเหมือนในหนัง

1. ผู้ชายเกาหลี ส่วนใหญ่ ชอบกินเหล้า และสูบบุหรี่
บอกได้เลยว่าที่เราเห็นหนุ่มเกาหลี หน้าขาว ปากแดงๆ ดูใสๆ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาดื่มจัด สูบจัดกันเกือบทุกคน โดยเฉพาะการดื่มเหล้าโซจู ซึ่งเราก็น่าจะคุ้นเคยกันดี จากการที่ดูซีรี่ย์เกาหลี เราก็มักจะเห็นหนุ่มสาวเกาหลี นั่งรวมกลุ่มกินหมูย่าง พร้อมกับกระดกโซจูกันจนเมาหัวราน้ำ บ่อยๆ ไป ในหนังก็ไม่ค่อยต่างกับชีวิตจริงเท่าไหร่ ส่วนเรื่องการสูบบุหรี่ เท่าที่เห็น เมื่อไหร่ที่มีเวลาพัก ก็เห็นหนุ่มเกาหลี ไปยืนอยู่ในมุมพ่นควันบุหรี่กันเป็นกิจวัตร เพราะใครๆ ก็สูบ ถ้าเราไม่สูบก็คงดูแปลกๆ แต่ก็คงมีหนุ่มบางคน ที่ไม่แตะเรื่องพวกนี้เหมือนกัน แต่ขอบอกว่าน้อยมากจริงๆ
2. หนุ่มเกาหลีชอบถึงเนื้อถึงตัว
การแตะ การสัมผัส หรือที่เรียกว่าสกินชิพ (skinship) ซึ่งในกรณีนี้ สาวๆ บางคนอาจจะชอบก็ได้ ถ้าไปเที่ยวเกาหลี จะได้เห็นคู่รักกอดจูบ กันตามท้องถนนได้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งหนุ่มเกาหลี จะชอบการกอด จับหัว โอบเอว กอดจากด้านหลัง หรือการแสดงความรักกันกับแฟนอยู่เสมอ และเรื่องเซ็กส์สำหรับพวกเขา ก็จะถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกอะไร ถ้าคบกับหนุ่มเกาหลีแล้วเขาจะขอมีอะไรด้วยเลย ทั้งๆ ที่คบกันยังไม่ถึงอาทิตย์ อันนี้ก็อยู่ในคนด้วยนะ
3. มีความเป็นผู้นำสูง
ผู้ชายเกาหลี มักจะมีนิสัยเป็นผู้นำ และมักจะแสดงความแมนสมชายชาตรีกับผู้หญิง ส่วนใหญ่แล้วถ้าต้องไปกินข้าวด้วยกัน ก็มักจะเป็นคนจ่ายให้ แต่ต้องดูด้วยว่าผู้ชายเกาหลีคนนั้น เป็นคนเกาหลีแท้ๆ หรือว่าเกาหลีที่ไปเติบโตอยู่เมืองนอกแต่เด็ก อย่างที่รู้กัน ว่าคนเกาหลีเดี๋ยวนี้ นิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศกันเป็นว่าเล่น คนที่ไปอยู่ในเมืองนอกเมืองนาแต่เด็ก จนรับวัฒนธรรมต่างชาติมาเยอะ อาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้ ต้องดูเป็นเคสๆ ไป
4. มารยาทไม่ได้งาม เหมือนหนุ่มไทย
คนเรามีวัฒนธรรมต่างกัน นิสัยก็เลยต่างกันออกไป น่าจะเคยได้ยินมาบ้าง เรื่องการเดินชนโดยไม่ขอโทษ ถุยน้ำลาย หรืออ้วกเรี่ยราดบนถนน อันนี้ขอบอกว่าเป็นเรื่องจริงอีกเหมือนกัน คนเกาหลีทำอะไรเร็ว เดินเร็ว ไม่เหมือนคนไทย ที่นิยมเดินทอดน่อง ทำอะไรช้าๆ ชิลๆ ตามประสา แต่คนเกาหลีอาจจะมองว่ามันดูน่ารำคาญก็ได้ คนที่คิดว่าไปเกาหลี แล้วจะเจอหนุ่มเดินชนแล้วหันมาขอโทษพร้อมสบตากันหวานซึ้ง ก็ขอให้ทำใจไว้ได้เลย เผลอๆ เขาจะด่ากลับด้วยซ้ำ
5. หนุ่มเกาหลี ไม่ได้เฟรนด์ลี่ทุกคน
อย่าคิดว่าเราชอบเกาหลี ชอบหนุ่มเกาหลี และพร้อมจะรับทุกอย่างที่เป็นเขาได้ แล้วเขาจะคิดเหมือนกันกับเรา เพราะผู้ชายเกาหลีบางคน ก็ไม่ได้อยากจะผูกมิตรกับคนไทยขนาดนั้น ไม่ว่าจะเรื่องภาษา วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ในภาพรวมของประเทศเรา หรือชื่อเสียงแย่ๆ อะไรที่คนประเทศเราเคยได้ทำเอาไว้ ทำให้เกิดเป็นความคิดในแง่ลบที่มีต่อคนไทย ถ้ามีโอกาสได้ทำความรู้จัก แล้วเกิดเจอปฏิกริยาดูแคลนกลับมาแล้วล่ะก็ จงเรียนรู้ที่จะถอยออกมา แล้วทำตัวให้ดี อย่าให้เขาต้องมาพูดจาดูถูกหญิงไทยลับหลังได้
6. คนเกาหลีชอบอะไรที่เป็นคู่ ให้ความสำคัญกับวันครบรอบ
คนที่ไม่ชอบอะไรหวานๆ เลี่ยนๆ จงต้องทนทำใจไว้บ้าง เพราะหนุ่มเกาหลีส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับวันสำคัญที่เกี่ยวกับความรัก เช่น วันครบรอบ 100 วัน 200 วัน หรือ 500 วัน กันมาก และยังมีวันอื่นๆ ยิบย่อย มากมาย ที่เป็นการแสดงถึงความรักที่มีต่อกัน และพวกเขามักจะอยากใช้ของที่เป็นคู่ เพื่อแสดงถึงความรัก เช่น สร้อยคู่ เสื้อคู่ แหวนคู่ แตกต่างกันไป
7. ผู้ชายเกาหลีส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ไม่ชอบคนต่างชาติ
อาจจะมีบ้าง ในกรณีที่ผู้ชายเกาหลีบางคน ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมา จนทำให้มีจิตใจที่เปิดกว้าง ยอมรับและไม่ได้คิดเรื่องความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติ และภาษา แต่ว่าคนส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่คุ้นเคยกับคนต่างชาติ ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวของคนเกาหลี มีสิทธิ์ไม่ชอบใจ และเปลี่ยนเป็นกีดกัน ในการรับสะใภ้ต่างชาติเข้ามาร่วมสกุลก็เป็นได้ ถึงจะฝ่าด่านแต่งงานมาได้แล้ว ถ้าต้องไปใช้ชีวิตที่เกาหลี ก็อาจจะได้เจอดราม่า แม่ผัว ลูกสะใภ้อีกระลอกให้เหนื่อยใจก็ได้ ถ้าหนุ่มเกาหลีคนนั้นไม่มั่นคงพอ บอกได้เลยว่าชีวิตรักก็ล่มเอาได้ง่ายๆ เหมือนกัน

ค่านิยมของความรักหนุ่มสาวจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ความแตกต่างในเรื่องของความรักจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกคนคนทราบกันดีว่าต่างกันมากอย่างไร ค่านิยมของหนุ่มสาวเวลาจีบกัน เวลาเจอกัน คบกัน และจนถึงขั้นแต่งงานกัน สมัยก่อนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หรือไม่ใช่เรื่องที่สามารถจะตัดสินใจเร็วได้เลย เพราะคนไทยในสมัยนั้นรักนวลสงวนตัว และมีพ่อแม่คอยดูแลตลอด ซึ่งแตกต่างอย่างมากในสมัยนี้ที่ทุกอย่างดูเหมือนจะรีบร้อน รวดเร็ว ไปซะหมด จนบางครั้งดูเหมือนความรักจะไม่มีค่าเท่าไหร่กับคนสองคน ดูเหมือนเป็นความรู้สึกแค่ชั่ววูบ รักเร็ว เลิกเร็ว เบื่อเร็ว และแต่งงานใหม่เร็วมาก ระยะเวลาการศึกษานิสัยใจคอกันของหนุ่มสาวในสมัยก่อนต้องผ่านผู้ใหญ่ จะเจอกันทีต้องมีผู้ใหญ่รู้เห็นด้วย อยากจะส่งข้อความให้กันก็ต้องนั่งเทียนเขียน กว่าจะฝากคนเดินไปส่ง กว่าจะได้ถึงมือผู้หญิง และกว่าจะได้อ่าน แล้วจะเจอกันแต่ละทีไม่ใช่ว่าจะลักลอบมาเจอกันง่ายๆ เพราะพวกเขาคิดว่ามันไม่เหมาะสมเลยที่จะมาลักลอบพบกันอย่างนี้ และกว่าจะได้ถูกเนื้อต้องตัวกัน ก็เกือบจะได้แต่งงานกันแล้ว

ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คู่หนุ่มสาวรู้สึกซึ้งถึงคำว่ามีค่า มันเป็นอย่างไร กว่าพวกเขาจะได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน กว่าจะฝ่าฝันอุปสรรคจากพ่อแม่ และอีกมากมาย จนถึงวันที่พวกเขาได้มีความสุขที่สุดที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันคือวันแต่งงาน และครองรักกันจนตายจากกันไป และถ้าเราลองมองย้อนกลับมาดูสมัยนี้ ความรักง่าย หน่ายเร็ว ใจร้อน ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทำตามอารมณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่สนใจใครคิดว่าชีวิตตัวเอง ตัวของตัวเองจะทำอย่างไรก็ได้ ไม่สนใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามาจนโต ถนอมเรามากแค่ไหน เมื่อเราได้คนที่เราต้องการสมใจแล้ว เบื่อแล้ว ไม่เห็นคุณค่ากันแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการหย่าร้าง และการมีคนใหม่อย่างไม่รู้สึกผิดอะไร ทุกวันนี้มีตัวอย่างให้เห็นกันมากมาย ถึงพฤติกรรมต่าง ๆ อยู่ที่ตัวเราเองจะคิดว่ามันคือสิ่งที่ใครเขาก็ทำกัน ไม่เห็นเป็นอะไร หรือจะใช้สมองคิดสิ่งที่เป็นจริงว่า ทำไมเราจะต้องรีบร้อน รีบรัก รีบยอม ด้วย หรือว่าจะกลัวไม่ได้แต่งงาน ต่างคนต่างความคิด แต่ถ้าลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเราเห็นคุณค่าของตัวเอง และคิดว่าตัวเองมีค่าจริง ๆ เราจะหาคนที่ดี และไม่รีบร้อน ค่อย ๆ ดูกันไป ไม่ยอมทำตามใจกันง่าย ๆ รักนวลสงวนตัวเองเอาไว้ และรักตัวเองให้มากมาก ไม่ได้บอกให้ต้องคิดแบบนี้ แต่แค่ให้ลองคิดเล่น ๆ ดู ว่าถ้าคิดอย่างนี้ได้ ผลของมันจะเป็นอย่างไร จะมีอะไรเสียหายหรือเปล่า หรือว่าจะทำให้เราเสียคนคนนึงไปหรือเปล่า ถ้าพวกคุณสามารถมองเห็นค่าของตัวเอง และรักตัวเองได้ คนที่ทิ้งคุณไปก็คือคนที่ไม่มีค่าในชีวิตคุณ และคนที่มีค่ามากพอในชีวิตคุณจะเดินเข้ามาหาคุณเองในสักวันแน่นอน

เคล็ดลับสำหรับหญิงไทยที่ต้องการหาคนรักทางออนไลน์

อินเตอรร์เน็ตกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีทางการพบคนรักหรือคู่ชีวิตของคนไทยทั้งชายและหญิง การศึกษาวิจัยได้บ่งชี้ว่าวิธีนี้ได้เข้ามาทดแทนวิถีทางดั้งเดิมในการพบกับคนรักของคนสมัยใหม่แม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตาม สำหรับชาวไทยในปัจจุบัน ขั้นตอนแรกในการค้นหาคนรักคู่ใจทางออนไลน์นั้นอาจจะเป็นหนึ่งในงานเล็กๆแต่สำคัญที่สุดที่คุณได้เคยทำมาก่อนในชีวิต การวิจัยยังได้ระบุอีกว่าสาวไทยในปัจจุบันเห็นว่า การนัดพบหาคู่ทางอินเตอร์เน็ตเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพบกับคนที่ใช่และเหมาะสมที่สุด

ในระยะหลายปีที่ผ่านมานี้ ชาวไทยทั้งชายและหญิงได้หันมานิยมใช้บริการนัดพบหาคู่ทางอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวอร์คในการหาเพื่อนและคนรักกันอย่างล้นหลาม คนไทยก็เช่นเดียวกับคนอื่นๆทั่วโลกที่ชีวิตแต่ละวันอยู่ในความยุ่งเหยิง สังคมในทุกวันนี้สร้างความยากลำบากให้กับทุกคนในการพบกับคนรักหรือคู่ชีวิต การนัดพบทางอินเตอร์เน็ตเป็นคำตอบหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้ง่ายที่จะประสบความสำเร็จถ้าคุณเพียงแค่กรอกข้อมูลรายละเอียดลงไปในเว็บไซด์และรอให้คนรักของคุณติดต่อกลับมา

จากผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพบว่า มีจำนวนของชาวไทยรวมถึงผู้ชายไทยได้หันไปใช้บริการนัดพบหาคู่ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อหาคนรักมากขึ้น สำหรับในประเทศไทยนั้น ขณะที่มากกว่า 46% ของผู้หญิงไทยอายุระหว่าง 20- 45 ปีได้ใช้บริการนัดพบหาคู่ทางอินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องและ 61% ในจำนวนนี้เห็นว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพบกับคนรักหรือคู่ชีวิต ในหลายปีที่ผ่านมาการศึกษาวิจัยต่างๆได้แสดงผลในทางเดียวกันว่า ผู้หญิงไทยได้ใช้บริการหาคู่ทางอินเตอร์เน็ตมากกว่าวิธีอื่นๆ

ดังนั้นถ้าคุณเป็นผู้หญิงไทยคนหนึ่งเช่นกัน นี่อาจจะถือเป็นข้อสรุปหนึ่งว่ากิจกรรมการให้ข้อมูลเพื่อหาคู่และการเริ่มต้นค้นหาคนรักทางอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นสิ่งที่น่าจะสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณที่คุณเคยทำมาได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญที่จะต้องระลึกอยู่เสมอเมื่อมองหาคนคู่ใจทางออนไลน์ก็คือความอดทน การนัดพบหาคู่ทางออนไลน์นั้นเป็นที่ที่เหมาะที่สุดที่จะพบคนรักของคุณเนื่องจากคุณสามารถควบคุมขั้นตอนต่างๆได้ด้วยตัวเอง จากวินาทีที่คุณกรอกข้อมูลส่วนตัวและกำหนดลักษณะนิสัยรูปร่างหน้าตาของคนที่คุณกำลังมองหา คุณก็ได้เริ่มกำหนดคนที่คุณจะพบทันที แม้แต่เวลาที่ใช้ในการสร้างฐานข้อมูลส่วนตัวสำหรับการนัดพบหาคู่ก็มีความสำคัญมากสุดๆ ในการที่จะพบกับคู่ของคุณ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวนั้นถือว่าสำคัญ

การนัดพบหาคู่ออนไลน์ยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว
ในที่สุดต้องระลึกอยู่เสมอว่ามันจะต้องเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งหมด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าคุณทำตามขั้นตอนของการนัดพบหาคู่ออนไลน์อย่างถูกต้องและอดทนแล้ว คุณก็น่าที่จะสร้างฐานข้อมูลการหาคู่ที่จุดชนวน ให้เกิดการติดต่อหรือตอบรับจากชายหรือหญิงที่ได้ถูกกำหนดให้มาเป็นคู่รักที่แท้จริงและเหมาะสมสำหรับคุณ

มีบางรายโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ยึดถือหลักปฏิบัติดั้งเดิมที่มองข้ามความคิดเกี่ยวกับการจับคู่หาคู่และยืนยันว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดมาจากการแต่งงานหรือความสัมพันธ์ที่ผ่านการคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ อย่างไรเสียก็อย่าเพิ่งมองข้ามแนวความคิดดั้งเดิมนี้ เพราะยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงทุกคนจะมองคนที่น่าจะมาเป็นคู่ครองว่า จะหารายได้มาจุนเจือครอบครัวได้หรือไม่ โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน

คุณควรจะเชื่อมั่นว่าหญิงชายไทยนับพันๆคนได้พบคนรักของพวกเขาทางออนไลน์มาแล้ว และการนัดพบหาคู่ทางอินเตอร์เน็ตนั้นได้ผล ดูที่ความสำเร็จจากคู่อื่นๆที่ใช้บริการเว็บไซด์หาคู่ และเชื่อมั่นว่านี่ก็สามารถเกิดกับคุณได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการทำตามคำแนะนำที่ให้และมีความเชื่อมั่น ตอนนี้คู่รักที่เพอร์เฟคของคุณกำลังรอพบกับคุณหรือไม่ก็ได้ติดต่อทางออนไลน์กับคุณแล้ว และในความเป็นจริง ระบบอินเตอร์เน็ตในการนัดพบหาคู่หรือเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวอร์คนั้น เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คนหลายๆคนได้พบกับคนรัก หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของบริการทางอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน

การหลีกเลี่ยงปัญหาความรักในวัยเรียน

Puppy-Love-รักก็ยุ่งแต่มุ่งเรียนด้วยได้มั้ย-teen.mthaiA8629882-1ความรักถือว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าเรารู้จักที่จะแยกแยะว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ โดยเฉพาะความรักในวัยเรียนถือว่าไม่ผิดแต่ควรมีในกรอบที่ดี ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ความรักไม่ใช่แฟชั่นที่สามารถนำมาเป็นเรื่องสนุกๆ ยิ่งกับวัยรุ่นเห็นเพื่อนมีแฟน อยากมีแฟนบ้างเพราะถือว่าใครไม่มีแฟนถือว่าเชย ความคิดแบบนี้เป็นความคิดที่ผิด สำหรับบางคนความรักเป็นเหมือนกำลังใจที่จะผลักดันให้สามารถที่จะทำอะไรก็ได้ให้สำเร็จ เป็นการส่งเสริมกันและกันและช่วยกันจนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกัน แต่บางคนก็พากันออกนอกสู่นอกทางจนเกิดเป็นปัญหาสังคม เช่น การชิงสุกก่อนห่าม การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม เพราะคิดเพียงแค่ความสนุกชั่วครู่แต่ผลที่ตามมานั้นอาจมีความรุนแรงและส่งผลกระทบกับตัวเขาเอง ครอบครัวและสังคมอย่างมาก

มื่อเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงาน นอกจากร่างกายที่เปลี่ยนแปลง จิตใจก็เริ่มสนใจเพศตรงข้าม และเกิดอารมณ์หรือการตื่นตัวทางเพศ การจัดการความต้องการทางเพศที่เหมาะสมต้องหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าทางเพศ ฝึกข่มใจเมื่อเกิดความต้องการ หันเหความสนใจไปสู่กิจกรรมอื่น และแปรรูปพลังงานทางเพศไปสู่กิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาสติปัญญา การหลีกเลี่ยงภัยทางเพศถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อเกิดความคึกคะนอง ห้ามใครไม่ให้มีเพศสัมพันธ์คงไม่ได้ ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ ทางที่ดีต้องเรียนรู้และรู้จักป้องกัน เรื่องพรหมจารียังเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการทำแท้งเป็นสิ่งที่ไม่ควร เป็นการทำบาป และเป็นวิธีแก้ไขที่ปลายเหตุ

ข่าวที่เกิดขึ้นจากสื่อแทบทุกชนิดทั้งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ระดับชาติ ข่าวที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของสังคมทุกวันนี้นอกจากเหตุที่เกิดจากอาชญากรรมกับบุคคลทั่วไป ยังมีข่าวของนักเรียนนักศึกษาที่ก่อปัญหาอาชญากรรม ปัญหาแย่งชิงคนรักจนถึงกับทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บางคนแก้ปัญหารักของตนเองไม่ได้ถึงกับต้องกินยาฆ่าแมลง กระโดดตึก และวิธีการอย่างอื่นๆเพื่อหนีปัญหา ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความรัก  ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างศึกษาหาความรู้ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายและอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้ที่เป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ ผู้นำชุมชนต่างๆ ที่สำคัญที่สุดที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจังคือตนเอง

การพบรักบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องค่อนข้างจะเพ้อฝันกัน?

การพบรักบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องค่อนข้างจะเพ้อฝันกัน? ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าการบอกว่า “พบรัก” บนโลกออนไลน์นั้นเหมือนกับการพบกับคนในโลก “เสมือนจริง” กล่าวคือมีการพูดคุยสนทนากันจริง ได้เห็นหน้าค่าตากันจริง (ผ่านรูปภาพหรือ VDO Chat) แต่ก็ยังไม่ได้ “เจอกันจริงๆ” บน “โลกจริง” แต่อย่างใด ฉะนั้นจึงเป็นเหมือนมายาคติของหลายๆ คนที่บอกว่าการพบกันบนความ “เสมือนจริง” นี้ยังไม่อาจเทียบเท่ากับการพบกันในชีวิตจริงประเภทเพื่อนแนะนำให้รู้จักในปาร์ตี้ หรือบังเอิญเจอกันในมหาวิทยาลัย ฯลฯ

ประกอบกับการที่เรามักกับการปั้นแต่งตัวตนบนโลกออนไลน์ที่ค่อนข้างจะต่างจากตัวตนที่แท้จริงอยู่เสียหน่อย ซึ่งก็คล้องไปตามที่ผมเคยอ่านในหนังสือ Virtually You ของ Elias Aboujaoude ที่บอกว่าหลายคนมักมีการปรับแต่งบุคลิกบนโลกออนไลน์ให้มีการทดแทนสิ่งที่บุคลิกจริงไม่ได้มี เช่นการเป็นคนพูดเก่ง การเป็นคนกล้าแสดงออก ฯลฯ ซึ่งเมื่อเราคิดว่าเรา “พบรัก” กับตัวตนของใครคนหนึ่งบนโลกออนไลน์ จึงมีความเป็นไปได้ที่เมื่อพบตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว อาจจะเป็นอีกคนจนกลายเป็นการสร้างความผิดหวังเอาได้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว เราก็เริ่มเห็นเคสแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ที่หลายคน “สร้างภาพ” ให้ตัวเองบนโลกออนไลน์ทั้งที่ตัวจริงอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย

พอเป็นแบบนี้ หลายคนเลยรู้สึกว่าการหาคู่ หรือการที่จะพบรักที่แท้จริงบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องยาก และดูจะเป็นเหมือนละครหลังข่าวมากกว่าจะเกิดเป็นเรื่องจริง

มองว่าไม่ว่าจะเป็นโลกจริงหรือโลกออนไลน์ การที่เราจะได้พบรักกับใครสักคน ก็เป็นเรื่องที่เริ่มจากการ “ได้พบ” จากนั้นก็นำไปสู่การ “ทำความรู้จัก” และ “ตกลงปลงใจ” จะสานความสัมพันธ์ ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นก็อยู่ที่แต่ละบุคคลด้วยว่าจะยาวนานและลงลึกแค่ไหน ต่อให้เป็นโลกจริงก็ตาม เราเองก็พบว่าหลายๆ คู่ใช้เวลาในการ “ทำความรู้จัก” และ “ตกลงปลงใจ” บางทีสั้นเสียจนน่าตกใจ ก่อนจะนำไปสู่การเลิกราในเวลาต่อมา ซึ่งจะว่าไปแล้ว สองขั้นตอนดังกล่าวน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้พิจารณาว่าคนที่เรากำลังเลือกคบหานั้น เหมาะสมกับเราหรือไม่ และถ้ามันไม่เหมาะสมแล้ว การสานสัมพันธ์ต่อก็อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่กลายเป็นการเลิกราต่อได้ง่ายๆ

ซึ่งจะว่าไปแล้ว จะโลกจริงหรือโลกออนไลน์มันก็อยู่เกณฑ์แบบเดียวกัน เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “มนุษย์” นั่นแหละ

แต่สิ่งที่ทำให้ออนไลน์เปลี่ยนไปจากวิถีแบบเดิมๆ คือการ “ได้พบ” และ “รู้จัก” คนที่มากกว่าวงจรชีวิตแบบทั่วๆ ไป ถ้าจะพอให้เห็นภาพคือทำให้เรามีโอกาสได้พบกับคนมากขึ้น ได้รู้จักกับคนที่เราอาจจะไม่เคยคิดว่าจะได้รู้จัก

ในชีวิตนั้นได้เพื่อนสนิท ได้พี่ชาย ได้น้องสาว ก็จากโลกออนไลน์ด้วย การเล่น Social Media อย่าง Twitter / Facebook ทำให้ได้พบกับคนมากมายที่ถ้าผมยังทำงานง่วนๆ เจอแต่เพื่อนหน้าเดิมๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักเป็นแน่ แต่แน่นอนว่าในจำนวนของคนที่รู้จักมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่คนดีเพียงอย่างเดียว มันก็มีทั้งคนไม่ดีด้วยเช่นกันเป็นเรื่องธรรมดา

ซึ่งถ้าจะมองแล้ว การที่เรารู้จักเพศตรงข้ามบนโลกออนไลน์ ก็อาจจะเหมือนกับการเสี่ยงโชคว่าจะเจอคนดีหรือคนไม่ดีเช่นเดียวกับที่เราก็ไม่รู้หรอกว่าสาวที่เราแอบมองที่โต๊ะอาหารคณะจะเป็นคนดีหรือคนไม่ดีกันแน่