การหลีกเลี่ยงปัญหาความรักในวัยเรียน

Puppy-Love-รักก็ยุ่งแต่มุ่งเรียนด้วยได้มั้ย-teen.mthaiA8629882-1ความรักถือว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าเรารู้จักที่จะแยกแยะว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ โดยเฉพาะความรักในวัยเรียนถือว่าไม่ผิดแต่ควรมีในกรอบที่ดี ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ความรักไม่ใช่แฟชั่นที่สามารถนำมาเป็นเรื่องสนุกๆ ยิ่งกับวัยรุ่นเห็นเพื่อนมีแฟน อยากมีแฟนบ้างเพราะถือว่าใครไม่มีแฟนถือว่าเชย ความคิดแบบนี้เป็นความคิดที่ผิด สำหรับบางคนความรักเป็นเหมือนกำลังใจที่จะผลักดันให้สามารถที่จะทำอะไรก็ได้ให้สำเร็จ เป็นการส่งเสริมกันและกันและช่วยกันจนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกัน แต่บางคนก็พากันออกนอกสู่นอกทางจนเกิดเป็นปัญหาสังคม เช่น การชิงสุกก่อนห่าม การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม เพราะคิดเพียงแค่ความสนุกชั่วครู่แต่ผลที่ตามมานั้นอาจมีความรุนแรงและส่งผลกระทบกับตัวเขาเอง ครอบครัวและสังคมอย่างมาก

มื่อเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงาน นอกจากร่างกายที่เปลี่ยนแปลง จิตใจก็เริ่มสนใจเพศตรงข้าม และเกิดอารมณ์หรือการตื่นตัวทางเพศ การจัดการความต้องการทางเพศที่เหมาะสมต้องหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าทางเพศ ฝึกข่มใจเมื่อเกิดความต้องการ หันเหความสนใจไปสู่กิจกรรมอื่น และแปรรูปพลังงานทางเพศไปสู่กิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาสติปัญญา การหลีกเลี่ยงภัยทางเพศถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อเกิดความคึกคะนอง ห้ามใครไม่ให้มีเพศสัมพันธ์คงไม่ได้ ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ ทางที่ดีต้องเรียนรู้และรู้จักป้องกัน เรื่องพรหมจารียังเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการทำแท้งเป็นสิ่งที่ไม่ควร เป็นการทำบาป และเป็นวิธีแก้ไขที่ปลายเหตุ

ข่าวที่เกิดขึ้นจากสื่อแทบทุกชนิดทั้งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ระดับชาติ ข่าวที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของสังคมทุกวันนี้นอกจากเหตุที่เกิดจากอาชญากรรมกับบุคคลทั่วไป ยังมีข่าวของนักเรียนนักศึกษาที่ก่อปัญหาอาชญากรรม ปัญหาแย่งชิงคนรักจนถึงกับทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บางคนแก้ปัญหารักของตนเองไม่ได้ถึงกับต้องกินยาฆ่าแมลง กระโดดตึก และวิธีการอย่างอื่นๆเพื่อหนีปัญหา ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความรัก  ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างศึกษาหาความรู้ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายและอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้ที่เป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ ผู้นำชุมชนต่างๆ ที่สำคัญที่สุดที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจังคือตนเอง

การพบรักบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องค่อนข้างจะเพ้อฝันกัน?

การพบรักบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องค่อนข้างจะเพ้อฝันกัน? ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าการบอกว่า “พบรัก” บนโลกออนไลน์นั้นเหมือนกับการพบกับคนในโลก “เสมือนจริง” กล่าวคือมีการพูดคุยสนทนากันจริง ได้เห็นหน้าค่าตากันจริง (ผ่านรูปภาพหรือ VDO Chat) แต่ก็ยังไม่ได้ “เจอกันจริงๆ” บน “โลกจริง” แต่อย่างใด ฉะนั้นจึงเป็นเหมือนมายาคติของหลายๆ คนที่บอกว่าการพบกันบนความ “เสมือนจริง” นี้ยังไม่อาจเทียบเท่ากับการพบกันในชีวิตจริงประเภทเพื่อนแนะนำให้รู้จักในปาร์ตี้ หรือบังเอิญเจอกันในมหาวิทยาลัย ฯลฯ

ประกอบกับการที่เรามักกับการปั้นแต่งตัวตนบนโลกออนไลน์ที่ค่อนข้างจะต่างจากตัวตนที่แท้จริงอยู่เสียหน่อย ซึ่งก็คล้องไปตามที่ผมเคยอ่านในหนังสือ Virtually You ของ Elias Aboujaoude ที่บอกว่าหลายคนมักมีการปรับแต่งบุคลิกบนโลกออนไลน์ให้มีการทดแทนสิ่งที่บุคลิกจริงไม่ได้มี เช่นการเป็นคนพูดเก่ง การเป็นคนกล้าแสดงออก ฯลฯ ซึ่งเมื่อเราคิดว่าเรา “พบรัก” กับตัวตนของใครคนหนึ่งบนโลกออนไลน์ จึงมีความเป็นไปได้ที่เมื่อพบตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว อาจจะเป็นอีกคนจนกลายเป็นการสร้างความผิดหวังเอาได้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว เราก็เริ่มเห็นเคสแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ที่หลายคน “สร้างภาพ” ให้ตัวเองบนโลกออนไลน์ทั้งที่ตัวจริงอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย

พอเป็นแบบนี้ หลายคนเลยรู้สึกว่าการหาคู่ หรือการที่จะพบรักที่แท้จริงบนโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องยาก และดูจะเป็นเหมือนละครหลังข่าวมากกว่าจะเกิดเป็นเรื่องจริง

มองว่าไม่ว่าจะเป็นโลกจริงหรือโลกออนไลน์ การที่เราจะได้พบรักกับใครสักคน ก็เป็นเรื่องที่เริ่มจากการ “ได้พบ” จากนั้นก็นำไปสู่การ “ทำความรู้จัก” และ “ตกลงปลงใจ” จะสานความสัมพันธ์ ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นก็อยู่ที่แต่ละบุคคลด้วยว่าจะยาวนานและลงลึกแค่ไหน ต่อให้เป็นโลกจริงก็ตาม เราเองก็พบว่าหลายๆ คู่ใช้เวลาในการ “ทำความรู้จัก” และ “ตกลงปลงใจ” บางทีสั้นเสียจนน่าตกใจ ก่อนจะนำไปสู่การเลิกราในเวลาต่อมา ซึ่งจะว่าไปแล้ว สองขั้นตอนดังกล่าวน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้พิจารณาว่าคนที่เรากำลังเลือกคบหานั้น เหมาะสมกับเราหรือไม่ และถ้ามันไม่เหมาะสมแล้ว การสานสัมพันธ์ต่อก็อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่กลายเป็นการเลิกราต่อได้ง่ายๆ

ซึ่งจะว่าไปแล้ว จะโลกจริงหรือโลกออนไลน์มันก็อยู่เกณฑ์แบบเดียวกัน เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า “มนุษย์” นั่นแหละ

แต่สิ่งที่ทำให้ออนไลน์เปลี่ยนไปจากวิถีแบบเดิมๆ คือการ “ได้พบ” และ “รู้จัก” คนที่มากกว่าวงจรชีวิตแบบทั่วๆ ไป ถ้าจะพอให้เห็นภาพคือทำให้เรามีโอกาสได้พบกับคนมากขึ้น ได้รู้จักกับคนที่เราอาจจะไม่เคยคิดว่าจะได้รู้จัก

ในชีวิตนั้นได้เพื่อนสนิท ได้พี่ชาย ได้น้องสาว ก็จากโลกออนไลน์ด้วย การเล่น Social Media อย่าง Twitter / Facebook ทำให้ได้พบกับคนมากมายที่ถ้าผมยังทำงานง่วนๆ เจอแต่เพื่อนหน้าเดิมๆ ก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักเป็นแน่ แต่แน่นอนว่าในจำนวนของคนที่รู้จักมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่คนดีเพียงอย่างเดียว มันก็มีทั้งคนไม่ดีด้วยเช่นกันเป็นเรื่องธรรมดา

ซึ่งถ้าจะมองแล้ว การที่เรารู้จักเพศตรงข้ามบนโลกออนไลน์ ก็อาจจะเหมือนกับการเสี่ยงโชคว่าจะเจอคนดีหรือคนไม่ดีเช่นเดียวกับที่เราก็ไม่รู้หรอกว่าสาวที่เราแอบมองที่โต๊ะอาหารคณะจะเป็นคนดีหรือคนไม่ดีกันแน่

สื่อออนไลน์บอกรักของหนุ่มสาววัยรุ่น

ปัจจุบันสื่อไอทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ ของวัยรุ่น ทั้งนี้จากข้อมูลความนิยมในการใช้สื่อใหม่ๆ ในระบบไอที เช่น การส่งข้อความสั้น (SMS) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) และเครือข่ายสังคมใหม่ในรูปแบบเว็บเพจ เช่น hi5, Facebook ฯลฯ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น อาจจะมีการใช้ช่องทางที่ไม่เหมาะสม นำไปสู่การมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับวัยของวัยรุ่นได้

1.วัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมใช้ข้อความสั้น (SMS) ในการสื่อรักวันวาเลนไทน์มากที่สุด โดย 5 อันดับแรก คือ SMS ร้อยละ 61.8 บอกตรงๆ ร้อยละ 52.3 ไฮไฟว์ (hi5) ร้อยละ 42 MSN ร้อยละ 37.7 และอี-เมล (E-mail) ร้อยละ 32 โดยเมื่อได้รับข้อความสื่อรัก วัยรุ่น ร้อยละ 51.4 รู้สึกประทับใจ รองลงมา ร้อยละ 13 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 12.1 เฉยๆ ร้อยละ 8.1 ไม่เชื่อ ร้อยละ 1.9 เชื่อว่าจริง

2.วัยรุ่น 6 ใน 10 คน ยอมรับว่าติดไอที แต่ก็ยินยอมให้พ่อแม่ดูข้อมูลในไอทีทั้งนี้ วัยรุ่น ร้อยละ 60.5 ยอมรับว่าติดการใช้ไอที และร้อยละ 72.6 บอกว่ายินยอมให้พ่อแม่ดูภาพ และข้อความ (message) จากอุปกรณ์ไอทีของตนเองเพราะมีความบริสุทธิ์ใจไม่ปิดบังพ่อแม่

3.วัยรุ่นส่วนใหญ่เชื่อว่าการใช้ไอทีบอกรักทำให้เป็นแฟนกันง่ายขึ้น และเป็นเหตุให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น โดยวัยรุ่นร้อยละ 70.7 เห็นด้วยว่าไอทีทำให้เป็นแฟนกันได้ง่ายขึ้นจริง และร้อยละ 72.5 ยังเชื่อว่าการใช้ระบบไอที เป็นเหตุให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ร้อยละ 66.7 ไม่คิดจะนัดพบบุคคลที่รู้จักทางไอที

4.วัยรุ่นส่วนใหญ่ คือ ชายร้อยละ 66.2 หญิงร้อยละ 52 ได้รับเนื้อหาข้อความทางเพศที่ส่งผ่านไอที ตั้งแต่นานๆ ครั้ง จนถึงได้รับทุกวัน และมีวัยรุ่น ร้อยละ 43.1 ตอบว่าไม่เคยได้รับเลย และวัยรุ่นส่วนใหญ่จะเปิดดูสื่อเกี่ยวกับเพศที่ได้รับ โดยดูแล้วจะลบทิ้งมากที่สุด ร้อยละ 55.4 รองลงมา ดูแล้วส่งต่อ ร้อยละ 15 และดูแล้วเก็บไว้เก็บคนเดียวร้อยละ 7.8 มีเพียงร้อยละ 21.8 ที่ไม่ดูและลบทิ้ง โดยสื่อที่ได้รับอิทธิพลต่อความรู้สึกทางเพศของชายในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ร้อยละ 67.8 มากกว่าเพศหญิงซึ่งมีเพียงร้อยละ 25

การที่เด็กเห็นบ่อยๆ จนเกิดความเคยชิน อาจจะส่งผลต่อพฤติกรรมการเลียนแบบได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวเด็กแต่ละคนว่ามีพื้นฐานทางครอบครัวเป็นอย่างไร เด็กบางคนเติบโตจากครอบครัวที่ทำแต่งาน ไม่มีเวลาคุยกันในครอบครัว ก็อาจจะทำให้มีโอกาสเลียนแบบได้ ซึ่งจุดนี้ต้องให้ความเข้าใจกับตัวเด็กและตัวพ่อแม่เองต้องเข้าใจด้วยว่าตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นต่างมีความรู้สึกอย่างไร แล้วลูกของเขาในขณะนี้จะรู้สึกอย่างไร

ข้อคิดความรักในวัยรุ่นข้อคิดความรักในวัยรุ่นในปัจจุบัน

9

เรื่องของความรักก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ อยากได้อยากมีคนรักคนดูแลเอาใจใส่ สมัยก่อนนั้นพ่อแม่ของเราก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป มีความรักกันตั้งแต่หนุ่มสาวเหมือนในปัจจุบัน แต่แตกต่างกันตรงที่เขารักอย่างปลอดภัย ผู้ชายให้เกรียติผู้หญิง ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว แต่ในปัจจุบันนี้หนุ่มสาววัยรุ่นมีรักกันเร็วเกินไปจนทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายซึ่ง 10 ข้อคิดความรักในวัยรุ่นนี้เป็นของ สุหฤท สยามวาลาที่ได้ฝากข้อคิดดีๆนี้มาถึงเด็กวัยรุ่นหลายๆคน หลายๆคนคงจะรู้จักเขามากขึ้นก็ตอนที่ สมัครการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนั้นทำให้เขากลายเป็นไอดอลของวัยรุ่นหลายๆคนเลยที่เดียว

10 ข้อคิดความรักในวัยรุ่นข้อคิดความรักในวัยรุ่น ?คือวัยรุ่นไม่ต้องจะเป็นจะตายอะไรนักหนาหรอกเวลาอกหัก มี 20 % ที่รักกันตอนวัยรุ่นแล้วแต่งงานกัน และมีจำนวนมากที่อกหักอยู่นั่นแล้วเจอรักแท้วัยรุ่นค่ะอย่ารุนแรงกับความรักมากนักเพราะรักแท้มันมาเองแล้วมันไม่จากไปนะคะเบยงุงิ อีตอนเป็นวัยรุ่นก็หากันจังอีรักแท้ พอได้คู่เสือกคุยกันน้อยลงตอนแก่ มันมีถมเถไปนะคะเบยงุงิ ที่ถูกต้องคือคุยกันทั้งชีวิตด้วยรอยยิ้มและน้ำตาจะรักใครก็รักแต่หัดเผื่อใจไว้บ้างนะวัยรุ่น เพราะเขาคนนั้นอาจเป็นของคนอื่นที่ทิ่มแทงใจเราไปตลอด และอาจเป็นเพื่อนสนิทเราเอง

ข้อคิดความรักในวัยรุ่น ?การมีเซ็กส์มันห้ามยากและสวยงาม พี่ไม่กระแดะนะ อย่าเมาเป็นพอเพราะมันเฟคและจอมปลอมมาก แต่ไม่เข้าใจอีวันลอยกระทงกับวาเลนไทน์อะไรนักหนาคะรักที่กรีดแขน ฝนตก รถฉุกเฉินมารับเหมือนในมิวสิควิดีโอมันไม่มี คือน้องจะตายห่าทันทีที่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้น เศร้าก็ร้องไห้ หยุดแล้วเดินต่อรักนั้นสวยงามแต่มียาพิษซ้อนอยู่นะวัยรุ่น มันไม่ใช่วิตามินชีวิตตลอดไปหรอก น้องอกหักก็อกหัก รักก็รัก เลิกก็เลิก แต่ต้องเด็ดขาดกับความรู้สึกวัยรุ่นคะอย่าหลงรักจนเลิกเรียน มันทุเรศนะคะเบยงุงิ ไม่ต้องโกรธพี่ด้วย เพราะพี่พูดจริง อยากได้สามีหรือใบปริญญา!ข้อคิดความรักในวัยรุ่น ?โปรดสนุกกับความรักแบบวัยรุ่นเพราะมันจะหายไปตอนแต่งงานเพื่อชีวิตจริง วัยรุ่นงอนกันน่ารัก พอแก่แต่งงานกันงอนกันน่าตบที่หัวใจตนเอง วัยรุ่นอย่ากระแดะทำเป็นรักหนักหนาครับ ให้รักเงียบ รักแบบจริงใจ รักแบบพรุ่งนี้ไม่มีเธอ แล้วต่อด่วยคำว่า แสรด ทำไมกูจะไม่มีมึงไม่ได้ว่ะ

วาเลนไทน์ 2558 คนนิยมบอกรักออนไลน์

 

ช่วงวันวาเลนไทน์ปีนี้ พบว่า การบอกรักผ่านสื่อออนไลน์ ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ได้เป็นอย่างมาก โดย 94% ของกลุ่มเป้าหมายที่ทำการสำรวจ ใช้วิธีแสดงความรักผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งอันดับหนึ่งคือ LINE และ WhatsApp ร้อยละ 84 รองลงมาเป็น Facebook ร้อยละ 60 และร้อยละ 13 คือ Instagram

สำหรับเหตุผลหลัก ๆ มาจาการเข้าสู่สังคมดิจิตอลและการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟน อีกทั้งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน พุ่งขึ้นไปถึง 26 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ ความรวดเร็ว และค่าใช้จ่าย ที่ถูกกกว่าการซื้อของขวัญหรือกิจกรรมอื่น ๆ สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงสามารถรับส่งข้อมูลที่มาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ และเสียง ก็สะดวกรวดเร็ว ถือเป็นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้โซเชียลได้รับความนิยมสูง และตอกย้ำว่ามันอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตประจำวันปัจจุบันสำหรับคนเมืองมากแค่ไหน

ความรัก ไม่มีตำราหรือคำสอนใด ๆ ที่จะเป็นเหตุให้คนเราสามารถรักและใช้เวลาช่วงหนึ่งเพื่อจะเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการค้นหาความรัก แต่ว่ารักนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เขาเองเท่านั้นที่เป็นผู้สร้างสรรค์มันขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองเองก็ควรที่จะให้คำเสนอแนะแก่วัยรุ่นทุกคน เนื่องจากวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน กลับพบว่าเป็นช่วงที่มีความคึกเป็นอย่างมาก และดูเหมือนจะมากจนแทบยั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

ซึ่งอาจทำให้สรุปได้ว่า การย่างก้าวเข้าสู่วัยรุ่น อาจจะเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นส่วนมาก รู้จักที่จะเรียนรู้อะไรสิ่งใหม่ ๆ ที่ผู้คนจำนวนมากได้รู้จักและได้ทำกัน โดยเฉพาะทางด้านความรัก ที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องการ แต่ว่าสำหรับวัยรุ่นแล้วนั้น ความรัก นับได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เขาคงต้องทำความรู้จักและเรียนรู้ให้มากเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งผู้ปกครองเอง ยังคงออกอาการเหนื่อยใจกับพฤติกรรมวัยรุ่นในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ดูเหมือนว่าเป็นสื่อกลางที่ดีต่อการหาความรู้ แต่ในระหว่างที่วัยรุ่นและวัยเรียนส่วนมาก ได้ใช้เทคโนโลยีและสื่อต่าง ๆ เพื่อการหาความรู้นั้น พวกเขาก็อาจได้ค้นพบกับสิ่งไม่ดี ข้อมูลที่ไม่ดี หรือแม้กระทั่งข้อมูลอื่น ๆ สื่ออื่น ๆ ที่ไม่มีความพอดีสำหรับพวกเขา

หรือกระทั่งความรักเอง ที่วัยรุ่นส่วนใหญ่อาจจะเกิดความคะนอง อยากลอง และอยากจะมีความรักกับเขาบ้าง แต่ทว่าสุดท้ายก็ก่อให้เกิดผลเสียมากมาย โดยที่พวกเขาเองก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือควบคุมทุกสิ่งให้เป็นไปในทางที่ดีได้อย่างตลอดรอดฝั่งนั่นเอง