ความรักที่เกิดจากเพศเดียวกัน

รูปแบบความรักของมนุษย์ที่เราพบเห็นเป็นปกติในสังคม

ก็คือ ความรักระหว่างต่างเพศ คือ ชายรักหญิง หญิงรักชาย เป็นจุดเริ่มต้นของระบบครอบครัว เกิดประเพณีแห่งความรักตามมา เช่น การหมั้น การสู่ขอ การแต่งงาน การมีบุตรสืบสกุล เกิดหน้าที่ของพ่อแม่บุตรธิดา เป็นต้น เป็นระบบวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคม เหล่านี้ล้วนมีความรักเป็นที่ตั้งที่สังคมยอมรับและยึดถือปฏิบัติเป็นรูปแบบต่อๆกันมา จุดประสงค์ในการแต่งงานเพื่อมีบุตรสืบสกุลและสร้างระบบครอบครัวที่มั่นคง แต่ในสังคมปัจจุบันรูปแบบความรักเปลี่ยนไป แตกต่างไปจากรูปแบบเดิม เกิดรูปแบบความรักแบบใหม่ขึ้น ซึ่งไม่ใช่แบบชายรักหญิงหรือหญิงรักชายเพียงอย่างเดียว นั่นคือความรักระหว่างเพศเดียวกัน ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง มีชื่อเรียกต่างๆกันไป เช่น เกย์ กระเทย ทอม ดี้ เป็นต้น รูปแบบความรักใหม่เริ่มมีมากขึ้นในสังคม หลายคู่แสดงออกอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน และอีกหลายคู่ไม่ต้องการเปิดเผยพยายามปกปิดไม่ให้สังคมรับรู้ เป็นปรากฏการณ์จริงในสังคมปัจจุบัน

การรักเพศเดียวกันพบได้บ่อยๆ

ในเพศชายประมาณร้อยละ 10 ของผู้ชายทั้งหมด ในเพศหญิงประมาณร้อยละ 3-5 ของผู้หญิงทั้งหมด บางคนแสดงออกและเปิดเผยต่อสังคม บางคนไม่เปิดเผย  ดูจากภายนอกก็ไม่มีทางรู้ได้ และคนที่รักเพศเดียวกันแท้จริงนั้นพบว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากเขารู้สึกว่าแบบนี้ก็มีความสุขดี ไม่ต้องการจะเปลี่ยน คนเราอยู่ในสถานการณ์ไม่เหมือนกัน บางคนพร้อมที่จะเปิดเผยตัว แต่บางคนก็ไม่พร้อม ไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าเรายังไม่พร้อม หากเพื่อนๆกดดันให้เราต้องเปิดเผยตัว เช่น บอกว่าเราโกหกสังคมบ้างละ ก็ไม่ต้องสนใจเพราะเขาไม่มีสิทธิเอาความคิดของเขามาตัดสินเรา เรารู้ดีอยู่แก่ใจว่าเราเป็นใคร และไม่ได้ทำร้ายคนอื่นก็พอแล้ว

ความรักระหว่างเพศเดียวกันในสังคมวัฒนธรรมไทย มีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หลากหลายทัศนะในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเด็นใหญ่ คือ สิทธิเสรีภาพและวัฒนธรรมสังคมไทย หลายคนก็อ้างสิทธิเสรีภาพว่าเป็นสิ่งทำได้ เป็นสิทธิของแต่ละคน บังคับกันไม่ได้ ไม่ควรไปกีดกัน ส่วนทัศนะมุมมองทางสังคมวัฒนธรรมไทย ก็อ้างว่าเป็นการไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทยที่ดีงามและที่เคยยึดถือปฏิบัติมาในอดีต การปฏิบัติเช่นนี้เป็นการทำลายวัฒนธรรมแบบไทย ไปหลงยึดเอารูปแบบปฏิบัติทางวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้เป็นการไม่เหมาะสมในสภาพของสังคมไทย

เรื่องของความต้องการทางเพศและความรักของชายหนุ่มหญิงสาวในปัจจุบัน

19

เรื่องของความต้องการทางเพศ ความรักของชายหนุ่มและหญิงสาว แท้จริงแล้วเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง แล้วทำไมมันถึงมีความเกี่ยวข้องกันหลาย ๆ คนอาจยังไม่เคยรู้ถึงเบื้องลึกของสิ่งเหล่านี้ มิใช่เพียงแค่ความ “อยาก” เพียงอย่างเดียวที่จะมากระตุ้นอารมณ์ของคุณให้ลุกโชนขึ้นมาได้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้สรรหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกเล่าให้ได้ทราบกัน Testosterone คือ ฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนพลังทางเพศของหนุ่ม ๆ ให้พุ่งพล่าน ซึ่งถ้าปราศจากฮอร์โมนตัวนี้ไปแล้ว รับรองเลยว่าคุณจะกลายเป็นพวกตายด้านไปในทันที โดยสิ่งที่ปลุกให้ Testosterone ได้ตื่นจากอาการหลับใหลได้คือ กลิ่นหอมและภาพเย้ายวนใจของสาว ๆ ที่จะทำให้คุณคอยเฝ้าเพ้อถึงเธอจนไม่เป็นอันกินอันนอนเลยทีเดียว

Monoamines เมื่อใดก็ตามที่คุณกำลังตกหลุมรักผู้หญิงคนใดสักคนหนึ่ง แล้วมีแสดงความตื่นเต้นออกมา จนพูดจาตะกุกตะกัก มือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน อาการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากสารที่ชื่อว่า Monoamines ซึ่งสารชนิดนี้จะถูกควบคุมด้วย Phenylethylamine ซึ่งเป็นสารที่มีส่วนกระตุ้นความดันเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจให้เพิ่มมากขึ้น โดยพบอยู่ในของหวานอย่าง ช็อคโกแลตและสตรอเบอรี่ ซึ่งจะแปรเปลี่ยนจากความใคร่ให้กลายมาเป็นความรักนั่นเอง Oxytocin คือ ฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มความผูกพันธ์ระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวให้มากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่คุณทั้งสองมีเพศสัมพันธ์และอยู่ในช่วงถึงจุดสุดยอด สาร Oxytocin จะหลั่งออกมามากเป็นพิเศษ ฉะนั้นอาจพูดได้ว่ายิ่งคุณมีเซ็กส์กันมากแค่ไหน ก็ยิ่งกระชับความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นมากขึ้นเท่านั้น Pheromones ในร่างกายของมนุษย์เรา แต่ละคนจะมีสาร Pheromones ซึ่งมีกลิ่นลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน โดยสารเคมีดังกล่าวจะส่งกลิ่นอ่อน ๆ ออกมาบริเวณใต้วงแขน และจะมีอิทธิพลดึงดูดเพศตรงข้ามให้เข้ามาหาได้  นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีการผลิต Pheromones สังเคราะห์ออกมาในรูปแบบของสเปรย์ ซึ่งสกัดมาจากฮอร์โมนทางเพศของมนุษย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย

ตำนานรัก ทัชมาฮาล สัญลักษณแห่งรักนิรันดร์

ด้วยความงามจากหินอ่อนและสถาปัตยกรรมที่วิจิตร

ตั้งบนฝั่งแม่น้ำยมนาณ เมืองอัคราทางตอนเหนือ ของประเทศอินเดีย อันเกิดจากชายผู้หนึ่งซึ่งเป็นถึงองค์จักรพรรดิองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุลพระนามว่า ชาร์ จาฮาล ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึง พระมเหสีองค์ที่ 2 ของพระองค์ พระนางมุมตัส มาฮาล อันมีกำเนิดเป็น หญิงสูงศักดิ์ชาวเปอร์เซีย ซึ่งสิ้นพระชนม์ลงภายหลังประสูติพระโอรสองค์ที่ 14 ในขณะที่ทรงร่วมกับพระสวามีต่อต้านข้าศึก ที่เข้ามารุกราน ณ เมือง เบอร์แฮนเพอร์ เล่ากันมา การสิ้นพระชนม์ของพระนาง ทำให้ชาร์ จาฮาล โศก เศร้าเสียใจเป็นอันมากจนทำให้พระเกศาของพระองค์ ขาวโพลนในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ความวิจิตรตระการตาของทัช มาฮาลต้องใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 22 ปี

ตำนานรักที่จารึกโลกนี้เกิดขึ้นพร้อมๆกับการถือกำเนิดของหญิงงามนามหนึ่งในปี ค.ศ. 1592

เธอมีนามว่า “อรชุมันต์ภานุเบคุม” รักแรกและรักเดียวของเจ้าชายคุราม ที่ต่อมาขึ้นครองราชย์และมีพระนามว่าสมเด็จพระจักรพรรด์ชาห์จาห์ฮาล เจ้าชายคุรามพบนางอรชุมันต์ภานุเบคุมตั้งแต่พระชนมายุเพียง14 หญิงสาวเป็นสตรีสูงศักดิ์ เป็นธิดาของรัฐมนตรี ทรงถูกพระทัยสตรีนางนี้จนได้ทรงซื้อเพชรประทานให้และอีก 5 ปีต่อมาทั้งคู่ก็เข้าพิธีสยุมพร พระสวามีเรียกนางว่า “มุมตัส มาฮาล” ที่แปลว่า “มงกุฏแห่งพระราชวัง

ภายหลังเจ้าชายคุรามขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา เป็นจักรพรรดิ์องค์ที่5 แห่งราชวงศ์โมกุล พระองค์ทรงมีความสุขกับพระชายาที่รักยิ่งของพระองค์ ว่ากันว่าพระนางมุมตัส มาฮาลทรงรักพระสวามีเป็นอันมาก ตามเสด็จพระเจ้าชาห์กระทั่งในสนามรบ ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและพระธิดามากถึง 14 องค์ ทว่าเวลาแห่งความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน 18 ปีให้หลังพระนางมุมตัส มาฮาลได้สิ้นพระชนม์ลงเนื่องจากทรงมีประสูติกาลพระธิดาคนสุดท้อง และตกพระโลหิตไม่หยุด พระเจ้าชาห์จาห์ฮาลปราบกบฏข่านและรีบกลับมาทันดูใจในชั่วโมงสุดท้ายก่อนพระนางมุมตัส มาฮาล สิ้นพระชนม์ พระนางมุมตัส มาฮาล ได้ขอร้องพระสวามีก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ว่า หากพระนางสิ้นพระชนม์ลงขอให้สร้างสุสานที่สวยงามให้พระนาง,ขออย่าให้พระสวามีมีพระมเหสีใหม่,ขอให้ทรงมีพระกรุณาต่อเด็กๆ และขอให้เสด็จมาเยี่ยมพระนางที่สุสานทุกปี

ในปัจจุบันความรักของหนุ่มสาวต่างจากสมัยก่อนอย่างมาก

สังคมยุคปัจจุบันเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าความรักกับ sex เป็นเรื่องที่เปิดกว้างมากกว่าในยุคก่อนๆ ด้วยกาลเวลา เทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่ค่อนข้างเปลี่ยนไป แต่ด้วยความที่เรายังคงถูกสั่งสอนแบบเดิมมาทำให้มีความเข้าใจที่ผิดและอาจจะมีกรอบทางความคิดอยู่บ้าง เพราะฉะนั้น เราจะมาพูดถึงความเชื่อผิดๆ ที่อาจจะส่งผลให้เกิดผลเสียในภายหลัง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ก็ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าบทความนี้ ไม่ได้ส่งเสริมให้มีการกระทำเหล่านี้ เพียงแต่อยากจะให้ความเข้าใจแก่คนรุ่นใหม่ๆ ให้ได้เข้าใจเรื่องราวของความรักกับ sex มากขึ้น จะได้ป้องกันและพร้อมที่จะรับมือหากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น เรามาดูข้อแรกกันเลยดีกว่า

หลายๆ คนคงยังจะยึดติดกับรักครั้งแรกแม้ว่าจะเลิกรากันไปแล้ว ก็ยังคงฝังใจกับรักแรกอยู่ จนไม่สามารถเปิดรับใครเข้ามา หรือที่เลวร้ายที่สุด คือการประชดชีวิตตัวเองด้วยการที่เราก็ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมากมายเป็นพวกที่มองเรื่อง sex มาก่อนความรักการกระทำเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการปิดรับคนดีๆ เข้ามาแล้ว ยังทำให้กลายเป็นคนสาธารณะ เป็นการลดคุณค่าในตัวเอง ไปจนถึงการเสพติด sex และอาจจะเป็นสาเหตุเลวร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ท้องก่อนวัยหรือติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์วิธีคิดคือ ตั้งสติ คิดซะว่ามันเป็นแค่เรื่องของอดีต มองเป็นบทเรียนและให้โอกาสตัวเอง ได้เจอกับคนใหม่ๆ ที่เข้ากันได้ดีกว่า อาจจะด้วยการมองคนรอบข้าง ที่เข้ามาประพฤติปฏิบัติกับเราในทางที่ดี เมื่อเราคิดได้ เราก็จะได้เจอคนใหม่ๆ รวมไปถึงรักแท้ที่เราเฝ้ารอส่วนคู่ไหนที่เป็นรักแรกแล้วคบกันมายืนยาว ก็ขอแสดงความดีใจด้วยสังคมทุกวันนี้ ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้านหาเลี้ยงตัวเองด้วยลำแข้งจึงทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งเงียบกริบ ไม่แสดงออกอะไร มัวแต่ให้ผู้ชายมานั่งคาดเดาจิตใจตัวเองแต่ก็ควรจะเข้าหาในกิริยาที่พอเหมาะ ถ้ารุกมากไป ผู้ชายอาจจะมองว่าง่ายมากกว่าน่าสนใจก็ได้คบกันมาซักพักอาจจะมีช่วงเวลาอยู่ด้วยกัน ไม่ผิดถ้าอารมณ์จะพาไป แต่อย่าคิดว่าเรื่องนี้ผู้ชายต้องเป็นผู้นำแค่ฝ่ายเดียวผู้ชายทุกคน ไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่อง sex เท่าไหร่หรอก เพราะบางทีเค้าก็ไม่รู้หรอก ว่าคุณต้องการอะไร Sex เป็นเรื่องของคนสองคน เราควรรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นฝ่ายหญิง บางครั้งลองทำตัวเป็นผู้นำ ผู้คุมเกมส์บ้าง นอกจากจะให้ความสุขกับทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ยังทำให้ sex ไม่จืดชืด และน่าเบื่อเกินไปด้วย